Carpool มั๊ยพี่

posted on 19 Jun 2009 10:38 by thegossipper

ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนปกติที่นั่งรถตู้มาทำงานคับ จากปิ่นเกล้ามาสีลม และทุกๆเช้ามันจะมีประเพณี ยืนต่อแถวเพื่อรอรถตู้เพราะรถตู้ขาด ใครผ่านไปปั๊มตรงนั้นอาจจะงง งง แต่ก็คับ ขืนนั่งรถเมล์อาจจะไปไม่ทัน รอรถตู้ยังไงมันก็ยังดีกว่าสำหรับผม 

แถวมันยาวมากคับ บางทีนี่ตั้งแถวเป็น4-5แถว แถวละ14-15คนกันเลย แล้วมันก็เลยมีปรากฏการณ์อย่างนึงเกิดขึ้นที่แบบว่า ทำให้ผมคิดถึงคำว่า carpool ขึ้นมาเลย

เพราะว่าจะมีคนที่รอไม่ไหวคับอาจจะรีบไปทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ถามขึ้นมาว่า "มีใครจะไปสีลมด้วยกันมั๊ย" แล้วก็จะมีคนออกจากแถวไป4-5คนเพื่อไปแท็กซี่คันเดียวกัน .. ผมว่ามันน่ารักดีนะ

มารู้จัก Carpool กันมั๊ยคับ 

คำว่า Carpool  [Carpooling (also known as car-sharing, ride-sharing, lift-sharing and covoiturage), is the shared use of a car by the driver and one or more passengers, usually for commuting. Carpooling arrangements and schemes involve varying degrees of formality and regularity. Formal carpool projects have been around in a structured form since the mid-1970s.]

คิดว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินได้คุ้นมาตั้งแต่สมัยเรียนละ ผมก็เหมือนกัน ผมว่ามันเป็นอะไรที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากในสภาะเศรษฐกิจที่ราคาน้ำมันที่ขึ้นเอาๆแบบนี้

ประโยชน์ของ Carpool

  1. ประหยัดน้ำมันได้มาก อย่างเช่นรถยนต์ 1500 CC 1 คัน ใช้น้ำมันประมาณ 1 ลิตร/ 12 กม. ถ้าคน 4 คน ขับรถคนละคันจากจุดเริ่มต้นเดียวกันไปสู่จุดหมายเดียวกัน ด้วยระยะทาง 24 กม. จะต้องใช้น้ำมันถึง 8 ลิตร แต่ถ้าคน 4 คนใช้รถร่วมกันเดินทางไปด้วยกัน จะใช้รถเพียงคันเดียว และใช้น้ำมัน 2.5 – 3 ลิตรเท่านั้น ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 5 ลิตร
  2. ยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะเมื่อใช้รถน้อยลง ความสึกหรอที่จะเกิดกับรถก็น้อยลงด้วย
  3. เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมเดินทาง
  4. สร้างความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกในครอบครัว
  5. ลดความคับคั่งของรถบนท้องถนน ลดปัญหาการจราจร และปัญหาที่จอดรถ
  6. ลดการสูญเสียเงินตราเนื่องจากจะมีการน้ำรถยนต์ และน้ำมันน้อยลง
  7. การใช้รถยนต์น้อยลงจะช่วยลดมลพิษทางอากาศ และความเครียดในการเดินทาง

ผมได้ค้นเจอว่าในเมืองไทยมีโครงการนี้มานาน [http://www.eppo.go.th/vrs/VRS44-08-CarPool.html] แต่ผมไม่ยักกะเคยได้ยินเท่าไหร่ (เอ๊ะ หรือผมหลังเขาเอง)

เอาหน่า

ผมว่ามันเป็นอะไรที่ ..ถ้าเราทำได้ มันจะดีมากเลย ยังไงคนไทยก็มีน้ำใจเป็นทุนอยู่แล้วใช่มั๊ยครับ ผมว่าถ้าเราหันมาไปทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน นอกจากประโยชน์ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วมันอาจจะช่วยให้เรารักกันมากขึ้น ทำให้สังคมแห่งนี้น่าอยู่มากขึ้นก็เป็นได้คับ

Do you get this poem?

posted on 04 Jun 2009 15:13 by thegossipper
This is a poem written by a teenager with cancer.

She wants to see how many people get her poem. 
 
It is quite the poem.
Please pass it on.
 
This poem was written by a terminally ill young girl in a New York Hospital.
 
It was sent by a medical doctor
                               
Make sure to read what is in the closing statement AFTER THE POEM.
  

SLOW DANCE
  
Have you ever watched kids on a merry-go-round?
Or listened to the rain slapping  to the ground?  
Ever followed a butterfly's erratic flight? 
Or gazed at the sun into the fading night? 
You better slow down. Don't dance so fast. 
Time is short. The music won't last. 

Do you run through each day on the fly? 
When you ask how are you? Do you hear the reply? 
When  the day is done,  do you lie in your bed 
With the next hundred chores  
Running through your head?
You'd better slow down. Don't dance so fast. 
Time is short. 
The music won't last. 

Ever told your child, we'll do it tomorrow?
And in your haste, ot see his sorrow? 
Ever lost touch, let a good friendship die 
Cause you never had time  
To call and say,'Hi' 
You'd better slow down. Don't dance so fast. 
Time is short. 
The music won't last.
 
When you run so fast to get somewhere 
You miss half the fun of getting there. 
When you worry and hurry through your day,  
It is like an unopened gift....  
Thrown away. 
Life is not a race. 
Do take it slower
Hear the music  
Before the song is over. 
**
Life is short, let's live it preciously and consciously คับทุกคน

สว่างกระจ่างใจควาย

posted on 03 Jun 2009 15:47 by thegossipper

ห่างหายไปนานสำหรับการอัพบล็อก..

ก็อกหักรักคุด ก็เลยหลบไปพักนานไปหน่อย แหะๆ

จริงๆเรื่องความรักน้ำเน่ามันยังไม่จบแค่นั้น..
ขอบันทึกเก็บไว้เป็นความทรงจำเสื่อมๆหน่อยละกัน

ผมกะคนคนนั้น เราเลิกกันไป..ด้วยเหตุที่เค้าบอกผมว่า เค้าจะไปบวช..

ผมเหมือนจะไม่เจ็บปวดคับ ก็เหมือนๆ
แต่จริงๆมันเจ็บมาก เพราะว่ามันคาใจ
ในเมื่อนั่น ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่คนคนนึงจะมาบอกเลิกกันได้
มันก็คาใจเป็นขี้คาตูด
ว่าทำไม ทำไม ทำไม ทำไม
อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง

ในเมื่อเค้าไม่ได้บอกว่าเค้ามีใคร ผมก็โทรไปคับ
โทร โทร โทร
ในเมื่อไม่มีใครก็ต้องรับ ต้องคุยกับเราได้สิ
โทรไป เค้าก็รับมั่งไม่รับมั่ง
กดสายทิ้งมั่ง อะไรมั่ง ไปเรื่อย
ทุกครั้งที่เค้ารับผมก็จะถามเค้าตลอดว่า ถามจริงๆเถอะ มีคนอื่นใช่มั๊ย
เค้าก็จะตอบเหมือนเดิมว่า ไม่ นั่นมันไร้สาระ
จนเดือนนึงหลังจากนั้น

เบอร์เค้าโทรเข้ามาที่เครื่องผม
แต่ไม่ใช้คนคนนั้นโทรมาหรอกนะคับ
เสียงผู้ชายเล็ดมาทางโทรศัพท์ถามผมว่า ผมโทรมาทำไม
ผมก็ถามกลับไปว่าแล้วคุณหล่ะเป็นใคร
ผู้ชายคนนั้น ตอบผมว่า
ก็อยู่กับน้องเค้าทุกวันทุกคืนคิดว่าเป็นใครหล่ะ
..
นั่นเลยคับ
..
ชัดเลย
..
สว่างกระจ่างใจควายอย่างผมเลย
..
...

มันอึ้งเลยคับ นึกไม่ถึงทั้งๆที่คิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้
แต่ที่น่าสมเพชใจมากไปกว่านั้นคือ คืนนั้น ผู้ชายคนนั้นโทรมาหาผมอีก

โทรมาเพื่อด่าคับ

ด่ายาวมหากาพย์ภาพยนตร์เลย
และแต่ละคำที่พ่นออกมานี่ มีแต่เรื่องใต้สะดือคับ ภาษาที่ใช้ต่ำแบบว่าผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตน้อยๆของผม ผมก็ไม่ใช่เด็ก 24 แล้ว แต่ก็ยังไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะเจอคนต่ำๆแบบนี้ได้

มันเจ็บมากกว่าเดิมคับ
เพราะมันหลอนผมตลอดเวลา
ว่าเค้าทิ้งผมไปหาคนแบบนี้..
ว่าเค้าหลอกผมมาตลอด..
ว่าความเชื่อใจของผมมันไม่มีความหมาย..
ว่าความรักของเรามันไม่มีค่าอะไรเลย.
ว่า6ปีที่ผ่านมา มันก็แค่ปฏิทินที่ผ่านไป ไม่มีอะไรน่าจดจำเลย
มันโกหกทั้งนั้น


เฮ้อ..
เครียดคับ ทำเอาบ้าไปเลย 555+
แต่ตอนนี้
I'm back คับ
หลังจากไปเที่ยวกระจายมา
แล้วจะเอารูปมาลงไว้เตือนความจำในตอนหน้าคับ

 

 

**
ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านทุกคนนะคับ ไม่คิดว่าจะมีคนอ่าน แหะๆ
ขอบคุณคับผม